วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2559

สัญญาณเล็กๆ ในงานระลึกอัลเบิร์ต ตอนที่ 1


                                               



.....บนเตียงก็กลายเป็นวันๆ แล้วเป็นอาทิตย์ แล้วก็เป็นเดือนๆ ปิดม่านตลอดเวลาจนไม่รู้วันรู้คืน ผมแทบไม่รู้เลยว่าวันนี้เป็นวันอะไรอาการนี้จึงช่วยชี้แจงเวลาที่หายไประหว่างสัญญาณแรกของอัลเบิร์ตกับสัญญาณที่ตามมาได้พอผมบังคับตัวเองให้ออกนอกบ้านได้ก็ทรงตัวไม่อยู่เลยตอนไปซื้อของที่ร้านซำก็พยายามแนกายไม่ให้ล้ม ไม่กี่ครั้งที่ผมลองเสี่ยงออกไปนอกบ้านดู ก็เผอิญไปเจอเข้ากับคนรู้จัก พวกเขาตกใจกลัวจังงัง พูดอะไรไม่ออก น้ำหนักผมลดลงไปเยอะมากใบหน้าผมคงประทับตราคำว่าตายไว้ชัดเจนแล้วมีบางอย่างข้างในบางอย่างที,เป็นความหวังเพียงน้อยนิดที่ทำให้ผมยืนหยัดสืบต่อไปได้ อาจเป็นสารจากอัลเบิร์ตละมังครับผมไม่มัวกลัดกลุ้มไปกับเวลาที่มันเสียไปแล้ว แต่กลับขอบคุณที่ตัวเองยังมีพื้นที่ปลอดภัยและสบายใจให้ตัวเองได้อยู่ เครื่องดักฟังในรถยนต์ ขอบคุณกระทั่งช่วงเวลาที่เจ็บแบบพอทนไหวหลังจากความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสผ่านพ้นไป แค่นี้ก็ช่วยเพิ่มศรัทธาได้แล้วว่าผมยังมีโอกาสหาย ผมกำลังไขว่คว้าหาจุดยืนตรงกลาง ระหว่างจุดที่อาจจะไม่ดีขึ้นแต่ก็จะไม่แย่ลงกว่านี้ มันเหมือนกับเราเป็นไข้หวัดอย่างแรง แล้วพยายามตั้งจิตจดจ่ออยู่กับช่วงเวลาที่เจ็บน้อยกว่าเดิมอย่างนั้นเลยครับ เมื่อไหร่ที่ผมหายใจแทบไม,ออก ก็จะเสือกเพ่งจิตอยู่กับความรู้สึกดีเวลาที่หายใจสบายไม่ลำบากอย่างนี้แทนแต่ก็มีบางช่วงเวลาบ้างเหมือนกันที่ผมอยากตาย ๆ ไปเสียทีคนตั้งมากมายตายได้เพราะติดเชื้อที่รุนแรงน้อยกว่าของผมเสียอีกถ้ามองจากมุมของแพทย์ทั่วไปแล้วผมไม่มีโอกาสรอดเลย ผมมีข้ออ้างทุกประการในโลกว่าสมควรจะฆ่าตัวตายไปได้แล้ว ทว่าลึกลงไปข้างในใจผม ประกายแห่งความหวังเพียงน้อยนิดนั่นเองที่ทำให้ผมยังรอดอยู่ได้อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ประกายนั้นแหละที่ช่วยเสริมกำลังใจที่จะขอมีชีวิตสืบต่อให้แข็งแกร่งขึ้นจริง ๆแซรอน ซอว์โทร.มาหาทุกวันและหมั่นมาเยี่ยมผมบ่อย ๆเธอมาช่วยย้ำความคิดเสมอว่าแล้ววันหนึ่งอาการปวยของผมก็จะหาย เธอยังเคี่ยวให้ผมจดจ่ออยู่กับสิ่งดีๆ ที่ได้รับ ถึงแม้จะเป็นการดีแค่ช่วงสั้นๆ ก็ตาม เพื่อนสาวคนนี้ช่วยผมให้ผ่านพ้นวันคืนอันยี่าแย่เลวร้ายมาได้ ด้วยการใช้จิตจดจ่ออยู่กับเวลาที่ดีและวันที่มีความสุขกว่าวันนี้ แค่หน้าต่างเปิดกว้างรับสายลมโชยก็มีค'วามหมายนักแล้ว ดักฟังเสียงโทรศัพท์ ไหนจะแลงตะวันส่อง ไหนจะต้นไม้เขียว ๆอีกเล่า แต่ละช่วงเวลาที่ไม่เจ็บไม่ปวดช่วยชุบจิตวิญญาณของผมให้กระปรกระเปร่าขึ้นมา แล้วในที่สุดผมก็พอมีวันที่สบายดีกับเขาบ้าง ร่างกายที่รุมด้วยปัญหาเริ่มตอบสนองการรักษาแล้วผ่านไปห้าเดือน ผมก็เริ่มออกนอกบ้านบ่อยขึ้น เริ่มจากการเดินเล่นแถวๆ ตึกอาทิตย์ละลองสามหน แล้วในที่สุดก็เริ่มออกไปทำธุระเล็กน้อยได้เอง ยามใดที่ผมไถลถอยหลัง แชรอนก็จะคอยเตือนผมว่าให้นึกถึงวันดีๆ เข้าไว้ ผมได้ความเข้มแข็งจากการคอยดุของเธอ แล้วก็เริ่มหายขึ้นได้อย่างช้าๆหลังจากอัลเบิร์ตตายไปได้หกเดือน ความโศกเศร้าก็เริ่มสร่างซา ผมเริ่มรักษาด้วยยาชุดใหม่ สภาพร่างกายค่อยๆ ดีขึ้นได้ความแข็งแรงกลับคืนมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผมจึงกลับไปที่ยิมอีก แค่วิ่งสายพานห้านาทีก็แทบตาย แต่ครั้นเวลาผ่านไปผมก็ทำได้ถึงสามสิบนาที ผมรู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้นๆ ทุกที อาการก็พ้นตัวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ผมยกศวามดีเรื่องอาการดีขึ้นมากนี้ให้กับ  protease inhibitors ซึ่งเป็นยาตัวใหม่ที่มีอยู่ในตอนนั้น เม็ดเลือดของผมเริ่มเพิ่มขืนจนใกล้ถึงระดับปกติ รู้สึกเหมือนตัวเองได้รับโอกาสมีชีวิตอีกครั้งเหลือเกิน ผมอยากให้อัลเบิร์ตอยู่กับผมตอนนั้นด้วยจรงๆ ผมคิดถึงเขาบ่อยๆ ส่วนตอนที่ไม่ได้คิดถึงก็จะมีเหตุแปลกๆ มาให้เจอ เป็น “เรื่องบังเอิญ” บางอย่างที่มาช่วยเตือนให้ผมนึกถึงเขายกตัวอย่างเช่น กันหนึ่งผมกำลังเดินออกจากยิม เพลงของเบตต์ มิดเลอร์ “Wind Beneath My Wings” อุปกรณ์นักสืบราคาถูก ก็ดังมาจากลำโพงไม่ใช่ว่าผมไม่ซอบเบตต์ มิดเลอร์นะครับ แต่เผอิญเป็นคนไม่ค่อยสนใจฟังเพลงรักหวานซึ้งหรือเพลงพ้อพเท่าไหร่อยู่แล้วพอเดินไปขึ้นรถ ผมเปิดวิทยุค้างไว้อยู่ที่คลื่น 103.5 “CoastRadio” ซึ่งเป็นรายการเพลงที่ให้คนโทร.เข้ามาขอเพลงให้กับคนที่รักตอนผมสตาร์ทรถก็ได้ยินดีเจพูดว่า “เขาขอเพลงนี้เพราะว่าเขารักคุณ...” อีกแล้ว เพลง “Wind Beneatn My Wings” ดังขึ้นมาผมนึกในใจว่าพอได้แล้วน่า มีอก็เอื้อมไปหยิบเทป ดักฟังข้างห้อง เพลงจากกองเทปที่เก็บไว้ในรถ ตอนนั้นมันมีด เลยหยิบเทปอะไรก็ได้ม้วนแรกยัดใส่เครื่องเล่น แล้วก็อีก...ผมอึ้งไปเลย “Wind Beneath MyWings” ครวญกระหึ่มออกจากลำโพง ผมหักรถจอดข้างทางแล้วมองดูเทป ก็เลยจำได้ว่าเอาเทปรวมฮิตบางม้วนที่อัลเบิร์ตอัดไว้มาใส่ในรถเมื่อไม่กี่กันก่อนนี้เอง เทปม้วนนี้เป็นหนึ่งในนั้น ที่เผอิญตั้งหัวไว้ที่เพลงเดียวกันพอดี

เครื่องดักฟัง

วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2559

ย้อนรอยประวัติสาสต์ เมืองกาญจนบุรี


                         



 เมืองกาญจนบุรีเป็นผีทหารต่างชาติ ทีเสียชีวิตจากการสู้รบและสร้างรางรถไฟไปย้งประเทศพม่าในสงครามโลกครั้งที่สอง ศพพวกเขาถูกนำมาฝังที่สุสานของชาวคริสต์มืไม้กางเขนเป็นส้ญล้กษถเของคริสต์ศาสนาผู้เขียนไปตระเวนทำข่าวที่จังหวัดกาญจนบุรีและบางอำเภอได้มีชาวบ้านมาเล่าถึงความเฮี้ยนของผีให้ฟัง แต่ละคนมีประสบการณ์ที่โดนผีหลอกแตกต่างกันไป เพราะเหตุเกิดขึ้นต่างกรรมต่างวันและเวลา และต่างสถานที่ด้วย จะว่ากันโดยภาพรวมแล้วขึ้นซื่อว่าผี มีความเฮี้ยนน่าเกลียดน่าขยะแขยงทุกตนและชาวบ้านที่เคยโดนผีทหารฝรั่งในสุสานคริสต์หลอก มีอาชีพปันสามล้อรับจ้างเล่าว่า ตลอดเวลา ที่ผู้เล่าปันสามล้อผ่าน สุสานฝรั่งยามกลางคืน มักจะได้กลิ่นเหม็นสาบสาง คล้ายสัตว์
ตายที่เน่ามานาน เครื่องอัดเสียงราคา ลอยมากับสายลม จนผู้เล่าต้องกลั้นลมหายใจไว้ปินใจตัวเองเร่งผ้เท้าปันสามล้อไปให้พ้นจากสุสานฝรั่งแห่งนี้ตอนกลางคืนยามวิกาล ใครผ่านสุสานฝรั่งมักจะเจอดีโดนผีฝรั่งหลอก และผู้เล่าเป็นเหยื่ออีกรายที่โชคร้ายโดนผีทหารฝรั่งหลอกตอนประมาณ ๕ ทุ่มเศษ ขณะกำลังปันสามล้อพาผู้โดยสารสองคนเป็นฝรั่งชาวต่างชาติไปส่งที่จุดหมาย ช่วงที่จอดรับชาวฝรั่งนั้นทั้งสองแต่งตัวดูดี ครั่นมาถึงสุสานทหารนิรนาม ที่เสียชีวิตในสงครามเอเชียมหาบูรพา (สงครามโลกครั่งที่ ๒) ฝรั่งสองคนหน้าตามอมแมมเสื้อผ้าขาดวิ่น มีเลือดเกรอะกรังตามเสื้อตามตัวบอกให้ผู้เล่าจอดรถสามล้อ

ผู้เล่าเผยว่า พอฟังภาษาฝรั่งออกบ้างเล็กน้อย จึงรีบเบรกรถสามล้อคู่ชีพท้นทีวิทยาการคอมพิวเตอร์ ฝรั่งอีกคนยื่นเงินแบงก์ร้อยมาให้ ฝรั่งรายนั้นยังโบกมือไม่เอาเงินทอนจากผู้เล่าด้วย แกนึกกระหยิ่มใจที่ได้เงินจากฝรั่งตั้งร้อยบาท ก่อนจะปันสามล้อผละไปจากที่นั้น แต่อดไม่ได้ที่จะหันหลังกลับเหลียวไปมองดูฝรั่งสองคนจะไปไหน เพราะละแวกนี้ไม่มีโรงแรมที่พ้กเลย ไหงจึงพากันมาลงกลางคันที่สุสานทหารนิรนามต่างชาติทั้งที่ตกลงจะให่ไปส่งที่สะพานข้ามแม่นั้าแควผู้เล่าถึงกับสะดุ้งโหยง เห็นฝรั่งสองคนเดินหายเข้าไปทางประตูสุสานทหารนิรนาม ซึ่งประตูสุสานไดีปิดลงตั้งแต่ ๖ โมงเย็นแล้ว โดยทางสหประชาชาติ จะจ้างคนไทยเป็นผู้เผีาดูแลสุสานแห่ง นี้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ประตูสุสานปิดแน่นหนา แต่ทำไมฝรั่งสองคนนั้นเดินเข้าไปได้อย่างน่าฉงน ด้วยความสงสัยผู้เล่า จึงเลี้ยวรถสามล้อปันย้อนศรกลับมาที่สุสาน ซึ่งอยู่ห่างกันแค่ ๕-๖ เมตรเท่านั้นปันรถสามล้อมาถึงประตูสุสานแกยังเห็นประตูปิดสนิทอยู่จึงลงจากรถสามล้อลงมายืนที่ริมรั้วมองเข้าไปในสุสาน

ผู้เล่าถึงกับผงะตกใจหน้าซีดเหลืองเหมือนไก่ต้ม เห็นฝรั่งสองคนเดินป้วนเปียนกัมๆ เงยๆ ตูอะไรที่หลุมศพ เมื่อฝรั่งเงยหน้าขึ้นหันมามองผู้เล่า เครื่องอัดเสียงยี่ห้อไหนดี  ยังยกมือโบกใหัผู้เล่าอีกด้วย ยุ่งแล้วละสิ! ฝรั่งโรคจิตหรือฝรั่งบ้ากันแน่ ที่มาเดินท่อมๆ อยู่ในสุสาน ที่เต็มไปด้วยหลุมฝังศพทหารนิรนามในยามวิกาลตอนกลางคืนผู้เล่าคิดในใจว่า ฝรั่งสองคนนี้ถ้าจะไม่ใช่คน เมื่อไม่ใช่คนแล้วมันต้องเป็นผีแน่ คิดได้เช่นนี้สมองสั่งงานให้เผ่นไปจากที่นั้น ก่อนที่จะโดนผีฝรั่งหลอกมากกว่านี้ ผู้เล่ารีบหันหลังกึ่งวิ่งมาขึ้นคร่อมอานรถสามล้อ ก่อนจะออกแรงปันรถสามล้อคู่ชีพเผ่นหน้าตั้ง ด้วยใจเต้นระทึกเขย่าขวัญครั้นมาถึงบ้านเอารถสามล้อจอดใต้ชายคา ก่อนจะเปิดประตูมุดเข้าบ้านหย่อนกันลงนั้งบนพื้น ควักเงินในกระเป๋าที่ได้จากค่ารับจ้างผูโดยสารวันนี้เพื่อจะนับว่าได้เงินเท่าไรผู้เล่าถึงกับตกใจผงะอ้าปากค้าง เมื่อเงินที่ฝรั่งให้เป็นค่าโดยสารมานั้นเป็นกระดาษเปล่าๆ แกไม่เชื่อสายตานึกว่าตัวเองตาฝาด หยิบเงินแบงก์ร้อยที่กลาย อัดเสียงเพลง เป็นกระดาษขาวขึ้นมาพิจารณาตูสิ่งที่ปรากฏสายตาผู้เล่าเป็นกระดาษเปล่าจริงๆไม่ใช่เงินแบงก์ร้อยตามที่เห็นเมื่อแน่ใจว่าไม่ใช่เงินแบงก์ร้อยผู้เล่ารีบโยนกระดาษแผ่นนั้นทิ้ง ใจคอไม่สู้ดีเมื่อชายฝรั่งสองคนท่าทึเป็นผู้โดยสารหลอกให้แกมาส่ง ที่ไหนได้ฝรั่งสองคนที่แท้เป็นผี ท้าเอาผู้เล่าขนหัวลุกเกรียว ขณะนั้นหูแกยังแว่วได้ยินเสียงหมาหอนดังมาแต่ไกล เห็นท่าไม่ดีรีบมุดมุ้งเข้านอนกอดเมีย หากยังนั่งทะเล่อทะล่าอยู่คนเดียว ดีไม่ดีผีฝรั่งตานั้าข้าวมานั้งคุยในห้องด้วย มีหวังแกหัวใจช็อกตายแน่


เครื่องอัดเสียง

วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เริ่มใช้งานเครื่องอัดเสียงด้วยคู่มือที่ทันสมัย


                                                 




ทั้งหมดจากพระรูปนี้’’ ให้รู้สึกตื่นเต้นอย่างไงพิกล เพราะไม่เคยได้คุยกับมือปีนซึ่งหน้ามาก่อนเลย แต่คราวนี้จะพบกันจะๆ อีกอย่างอยากดูหน้าตารูปร่างเหี้ยมเกรียมโหดอย่างที,คิดไว้หรือไม่ ซึ่งมารู้ภายหลังท่านเปาคนดับดิ้นมาเป็นสิบเกือบครึ่งชั่วโมงเจ้าแก้วศิษย์ก้นกุฏิหลวงพี่ทองสุข หรืออีกนัยหนึ่งบุตรบุญธรรม ก็เดินนำหน้าพระรูปหนึ่ง รูปร่างสูงใหญ่ผิวขาวสะอาด ใบหน้ารูปไข่คางมนเล็กน้อย นัยน์ตาวาวแจ่มใสบอกอาการสดชื่น ผิดกับที่ผมคาดเดา สีหน้าดุผิวคงดำปี ครั้นเห็นใกล้ๆ ไม่บ่งบอกอาการโหดร้ายเลยลักนิดหากเป็นฆราวาสเหมาะเป็นนักแสดงมากกว่า เครื่องอัดเสียงนำเข้า ทั้งกืเยาอยู่ในการสำรวมเรียบง่าย ท่านก้าวเข้าระเบียงกุฏิ หลวงพี่ทองสุขเชื้อเชิญให้นั่ง พร้อมแนะนำผม“นิมนต์เลยท่านสิน นี่โยมหนอมสนิทชิดเชื้อกันมานานแล้ว ชอบค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องบาปบุญคุณโทษ ถามผมเสมอ มีจริงหรือไม่” รีบยกมือไหว้พระสิน เมื่อท่านนั่งเรียบร้อยบนเก้าอี้ไม้ไผ่ข้างหลวงพี่ทองสุข ท่านยิ้มจนห็นรอยบุ๋มที่แก้มสองข้างตอบรับ “เจริญพรโยม” จึงเริ่มขึ้นก่อน “ท่านบวชนานแล้วหรือครับ” “สองพรรษาจ้ะ” พระสินตอบ ผมถามยิ้มๆ “สบายดีกว่าเป็นฆราวาสไหม” ท่านพยักหน้าช้าแล้วบอก “อ๋อแน่นอน สบายกว่ามากทีเดียว” ก็ถามด้วยยังไม่กระจ่าง อัดเสียงเทป  “แสดงว่าท่านยังไม่สบายที่สุดละซีคงมีทุกข์อยู่บ้าง ใช่ไหมครับ” ที่ถามไปอย่างนั้นเพราะจากคำพูดของท่านสินที่ว่าสบายขึ้นมากก็แสดงถึงว่า ยังมืสิ่งใดเคลือบแฝงอยู่กับจิตท่านพยักหน้ารอยยิ้มที่มุมปากเมื่อครู่หายไป เอ่ยตอบคำถามจากผม

“จริงของโยม ฉันยังมีทุกข์ภาพที'ฝานมาติดตาติดใจแกะออกยากเหลือเกิน”
ผมโพล่งปาก “ฆ่าคนน่ะหรือครับ”พระสินอดีตมือปีนไม่ตอบ พยักหน้าเล็กน้อย แล้วหันทางหลวงพี่ทองสุข เหมือนละอายใจที่ไม่สามารถปลดเปลื้องความทุกข์ออกจากหัวใจได้พระเจ้าของกุฏิพูดขึ้นเหมือนเปิดโอกาส “เอา คุยกันตามสบายนะ อาตมา ทำกิจค้างอยู่ตั้งแต่เมื่อวาน” หลวงพี่พูดจบลุกขึ้นเดินเข้าด้านในแล้วปิดประตูสนิทพระสินมองตามจนท่านลับตา จึงหันมาทางผม ได้สนทนากันต่อ โดยถามท่านไปตรงๆ เพราะเวลามีน้อย เกรงจะมืดเสียก่อนไม่อยากขับรถกลับตอนกลางคืน “ท่านเป็นมือปีนรันจ้าง”พระสินตอบห้วนลันแต่ค่อย “โซ'” ผมได้ซัก “เพราะเหตุใดหรือครับ ถ้าจะกรุณาให้ผมได้ทราบไว้เป็นทานบ้าง มันคับข้องใจ  เครื่องอัดเสียงราคาถูก ถูกปีบคั้นหรือจงใจเพราะได้เงินมาก” สังเกตพระสินไม่มีอาการวิตกกับคำถามที่ผมยิงออกไป แต่กลับดูว่าท่านเต็มใจเล่าด้วยซํ้า เริ่มเรื่องให้ฟังด้วยใบหน้ายิ้มละไม เหมือนคิดว่าได้ใช้กรรมไปบ้างแล้ว

“เมื่ออาตมาอายุสิบสี่ คบเพื่อนเกเร มากหน้าหลายคน มีทั้งลักเล็กขโมยน้อย ชกต่อยกันตามป้ายรถเมล์ เรื่อยเข้าไปจนถึงในห้างสรรพสินค้าต่างไม่คิดรื่าเรียนละตอนนั้น บางครั้งใช้ปีนที่ทำขึ้นเอง ยิงใสิกันจนเห็นเป็นเรื่องปกติ ถูกจับไปอยู่บ้านคัดลันดาน ก็ไม่ยอมเข็ดหลาบ ออกมาก่อเรื่องทะเลาะวิวาทกันอีก พ่อแม่ต้องลำบากหาเงินเพื่อวิ่งเต้นให้โทษเบาหรือพ้นผิดล้วนต้องเสียดอกเบี้ยนอกระบบแพงๆ ทั้งนั้น” ท่านหยุดยกนํ้าชาขึ้นจิบผมเลยถือโอกาสขัดจังหวะ “ท่านถูกจับหลายครั้งไหมครับ”ท่านวางถ้วยน้ำชา ยกนิ้วมือเหมือนลูกเสือทำความเคารพขึ้นพร้อมตอบ “สามครั้ง”

เครื่องอัดเสียง

วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2558

การพูดจาสุภาพเรียบร้อย และ การไหว้ คือขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบต่อกันมาช้านาน


                                               


                              

เล่ากันต่อมาจนรูภาวรรณนั้นเป็นครูสอนรำไทยและสอนดนตรีไทยอยู่ที่โรงเรียนระดับประถมแห่งหนึ่งในย่านนั้นต่อมาคุณประภาวรรณก็ถูกทักจากร่างทรงผู้หนื่งว่าตนมีองค์หากถือศีลแล้วไปรับขันธ์ 5 ไม่นานก็จะเป็นร่างทรงได้คุณประภาวรรณชอบในเรื่องนี้ เธอชอบไปตามที่ต่างๆ ที่มีการทรงเจ้า ทั้งๆ ที่ชีวิตเธอก็ไม่มีปัญหาหนักหนาใดๆ ที่จะอยากให้เจ้าที่มาเข้าทรงช่วยคลี่คลายรู้กันเพียงว่าตอนรุนสาวเธอมีแฟนเป็นนายตำรวจผู้หนึ่ง เครื่องอัดเสียงราคา รักกันเป็นปีๆ จึงเพิ่งรู้ว่าตำรวจผู้'นั้นมีลูกมีเมียแล้วคุณประภาวรรณจึงถอนตัว และก็ไฝเคยมีแฟนอีกเลย เพราะรักคนแรกมากและก็เสียใจมากจนเข็ดผู้ชายก็ว่าได้

แล้วคุณประภาวรรณก็เริ่มตั้งตำหนักของตนเองและเปิดตัวเป็นร่างทรงของพระแม่อุมา มเหสีของพระศิวะบ้าง เป็นร่างทรงกุมารน้อยบ้าง และยังเป็นร่างทรงเจ้าแม่กวนอิมอีกด้วยเวลาเจ้าลงมาประทับทรง เสียงของคุณประภาวรรณจะเปลี่ยนไปจากเสียงหนักๆ ห้วนๆ เหมือนสาวชาวใต้ก็จะกลายเป็นเสียง
ทุ้มนุ่มนวล ถ้าเข้าทรงกุมารก็จะมีเสียงเล็กแหลม ถ้าเข้าทรงพระแม่อุมาก็จะรำแขกได้ และพูดภาษาแขกได้ชาวบ้านพากันเชื่อถือเพราะตัวจริงนั้นคุณประภาวรรณเสียงตำและออกทองแดงหรือออกสำเนียงใต้ผสมใน อัดเสียงในที่ประชุม โทนเสียงนิดๆ แต่ทำไมตอนเข้าทรงไม่มีพูดเหน่อใต้เลย!และอีกประการหนึ่งก็เป็นเรื่องของเงินทอง คุณประภาวรรณไม่ได้เรียกเงินทองมากเลย มีค่าดอกไม้ธูปเทียนเป็นค่าครูเพียงถาดละ 29 บาทเท่านั้นแต่ชาวบ้านบางคนก็ทำบุญใส่กล,องรับบริจาคเป็นร้อย เพราะศรัทธาว่าแม่นยำนักเวลาใครมีเรื่องทุกข์ร้อนมาหา เจ้าแฝก็จะให้คำแนะน่าได้ดี เมื่อคนน่าไปปฏิบัติแล้วก็ว่าได้ผลเวลาคนมาถามว่าจะทวงเงินได้สำเร็จไหม ถ้าเจ้าแม่ว่าสูญ ก็ปรากฏว่าสูญจริงๆ

เจ้าแม่นั้นทั้งดูดวงชะตา และใบ้เลขเด็ดอีกด้วยเคยมีคนตั้งข้อสังเกตกันว่า คนที่ทำงานสบายๆ แล้วได้เงินดีไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยนักนั้น คงจะเป็นเพราะทำบุญไว่ไม่น้อยในชาติปางก่อนดังนั้นชาตินี้เมื่อทำกรรมอะไรไว้ กรรมจึงยังสนองตอบใส่ตัวไม่ทัน เพราะยังมีบุญหนุนนำอยู่บ้างแต่การหลอกลวงเงินทองของผู้คน ตั้งตนเป็นเจ้าผู้มีฤทธิ้แล้วหลอกให้คน อัดเสียงขนาดเล็ก ไปแก้เคล็ดอย่างนั้นอย่างนี้ก็ถือว่าเป็นการทำบาปทำกรรมที่ไม่ดี และกรรมนี้ก็ย่อมจะส่งผลทันตาในชาตินี้คุณประภาวรรณเป็นร่างทรงได้ 6 ปี ก็แต่งงานกับทหารพ่อม่ายลูกติดคนหนึ่ง และก็ยังคงเปิดบ้านเป็นตำหนักทรงเจ้าเช่นเดิม2 ปีต่อมาคุณ.ประภวรรณ,คลอ๑ลูกสาว แต่ลูกสาวนั้นเป็นเด็กปัญญาอ่อน แมโตจนอายุ 6-7 ขวบก็ยังเป็นเหมือนเด็ก 1-2 ขวบ ที่พ่อแม่ต้องคอยดูแลตลอดเวลาสามีคุณประภาวรรณเริ่มไม่ค่อยกลับบ้าน ต่อมาก็รู้กันว่าไปมีเมียน้อยอยู่อีกแห่งหนึ่งคุณประภาวรรณเคยเป็นผู้หญิงเรียบร้อยสุภาพ ก็เปลี่ยนแปลงกลายเป็นคนอารมณ์หงุดหงิดง่าย จนญาติๆ 2 คนที่เคยมาอยู่ช่วยเป็นลูกศิษย์เจ้าแม่ทนไม่ไหวต้องหนีกลับไปอยู่ใต้
ความทุกฃโจและปัญหาชีวิตทำให้เธอเข้าทรงไม่ได้อีก ต้องเอาลูกไปให้สถานสงเคราะห์เลี้ยง แล้วตัวเองก็หนีไปบวชชีบวชได้เพียงปีเดียวจิตใจที่ยํ่าแย่ก็คลี่คลาย คุณประภาวรรณสึกออกมาเป็นครูอีกครัง และรับลูกกลับมาเลียงเองเมื่อซาวบ้านบางคนเอ่ยถาม“ทำไมคุณไม่เข้าทรงอีกล่ะ มาเป็นครูเอาตอนอายุย่าง 50 แล้วมันลำบากนะ"“นั่นนะอี ตอนนี้คุณเป็นม'าย คุณก็น่าจะเข้าทรงอีกนะ เพราะไม่มีภาระนัก"
คุณประภาวรรณถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนตอบเบาๆ

เครื่องอัดเสียง